![]() เลื่อนบังคับใช้กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลหนึ่งปี: สิทธิพลเมืองถูกเลื่อนการคุ้มครองหนึ่งปี
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงความล่าช้าและสับสนของกระบวนการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งเป็นผลของการที่ผู้มีอำนาจรัฐไม่เคยให้ความสำคัญและไม่สนใจเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเมืองอย่างจริงจัง ประกอบกับความไม่มีเสถียรภาพของระบอบการเมือง ที่ทำให้กระบวนการนิติบัญญัติไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สะท้อนความไม่เข้าใจของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการมองการคุ้มครองข้อมูลเป็นเรื่องเทคโนโลยี ระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือไอซีทีล้วน ๆ การมองเรื่องการคุ้มครองข้อมูลเป็นเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเพียงส่วนเดียว ทัศนะที่มองเห็นแต่ด้านความปลอดภัยทางกายภาพของข้อมูลหรือระบบไซเบอร์เท่านั้น หรือแม้แต่การมองการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลด้วยข้ออ้างด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งๆ ที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเมือง เป็นเรื่องการปกป้องคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นประเด็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในเรื่องความเป็นส่วนตัวในมิติข้อมูล ซึ่งข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลกำลังมีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกดิจิทัลในปัจจุบัน กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมา โดยบังคับทันทีสำหรับหมวด 1 และหมวด 4 แต่โดยที่มาตรา 2 กำหนดไว้ว่า บทบัญญัติในหมวด 2, 3, 5, 6 และ 7 และมาตรา 95 และ 96 ให้ใช้บังคับเมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้เดิมจะใช้บังคับเต็มฉบับครบทุกมาตรานับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป แต่ล่าสุดบทบัญญัติเหล่านี้ถูกเลื่อนการบังคับใช้ออกไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 19 พฤษภาคม 2563 ที่อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ นับจากวันที่กฎหมายเริ่มมีผลบังคับใช้ ดูเหมือนจะมีเพียงความเคลื่อนไหวของการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและการรับสมัครตลอดจนกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร และเพิ่งมีการแต่งตั้งประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกันเมื่อ 19 พฤษภาคม 2563 ผลงานในหนึ่งปีที่ผ่านมาสำหรับการเตรียมการด้านธุรการว่าด้วยการตั้งกรรมการและการตั้งสำนักงาน น่าจะเอามาเป็นเกณฑ์ตัวชี้วัดประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมาย ปลัดกระทรวงในฐานะประธานกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว และรองปลัดกระทรวงในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการระหว่างที่ยังไม่มีสำนักงาน องค์กรฝ่ายพลเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายค้านน่าจับตาดูและตรวจสอบการทำงานของกระทรวงดีอีในเรื่องนี้มากๆ โลกปัจจุบันมีพัฒนาการในเรื่องเทคโนโลยีข้อมูลและการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วมาก การเก็บรวบรวมและการประมวลผลข้อมูล สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วด้วยความสามารถของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งพัฒนาเข้าสู่ยุคสมัยที่การประมวลผลมีประสิทธิภาพสูงจนไร้ขีดจำกัด ทำให้การสืบค้น การเข้าถึง การเก็บ-รวบรวม-ประมวลผล การรับ-ส่ง และการแลกเปลี่ยนข้อมูล เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดขึ้นในขอบเขตที่กว้างขวาง เกิดขึ้นตลอดเวลา และเกิดขึ้นทั่วไปโดยไร้พรมแดน โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่เป็นที่ยอมรับกันว่าข้อมูลคือหัวใจของธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน การละเมิดล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวและการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผย ทำให้พลเมืองผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปริมาณมากมายมหาศาล กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทสังคมดิจิทัลวันนี้ หลังจากที่ทั้งรัฐและภาคธุรกิจเอกชนได้ใช้ประโยชน์มากมายจากข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนกันด้วยความสะดวกสบายตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้เวลาในการออกกฎหมายนี้ถึง 23 ปี จึงมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งแรก คนไทยรอต่อมาอีก 1 ปีเต็มด้วยความหวังว่าปลายเดือนพฤษภาคม 2563 สิทธิพลเมืองจะได้รับการดูแล รักษา เยียวยา และคุ้มครอง ครบถ้วนทุกมาตราตามบทบัญญัติเหล่านี้ แต่ตอนนี้แน่นอนแล้วว่าคนไทยจะต้องรอต่อไปอีกหนึ่งปี กฎหมายนี้จึงจะได้เริ่มทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองอย่างแท้จริง From : http://www.fpps.or.th |