![]() ภาษีของเรา “หาย” ไปไหน
“ภาษี” คือเงินที่รัฐหรือท้องถิ่นเรียกเก็บจากบุคคล เพื่อใช้จ่ายในการบริหารประเทศหรือท้องถิ่น ไม่ว่าภาษีเงินได้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ทั้งหมดนี้คือแหล่งที่มาของ “รายได้รัฐ” ตามที่กฎหมายกำหนด เช่นนี้จึงถือได้ว่า ภาษีเกี่ยวกับทุกคน มาจากกระเป๋าที่เก็บเกี่ยวจากหยาดเหงื่อแรงงานของทุกคน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เงินภาษีจึงเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในความเป็นเจ้าของสังคมนั้นๆ ผู้จัดเก็บภาษี ผู้ใช้เงินภาษี ผู้ดูแลรักษาเงินภาษี ล้วนอยู่ในมือของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งสิ้น และแน่นอนที่สุด เงินภาษี ไม่ใช่เงินหลวงแบบที่พูดจนติดปาก อีกทั้งไม่ใช่เงินของรัฐบาล ที่จะเอาไปทำอะไรก็ได้โดยไม่คำนึงถึงผู้เป็นเจ้าของภาษี คือ ประชาชนนั่นเอง เงินภาษีที่ประชาชนจ่ายให้แก่รัฐ เพื่อนำไปใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากเงินเดือนของข้าราชการ สิ่งปลูกสร้าง อาคารสถานที่ โรงพยาบาล โรงเรียน ถนน ไฟฟ้า น้ำ รถไฟ และสาธารณประโยชน์ที่จำเป็นต่างๆ แล้ว ก็ยังมีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนอยู่เนืองๆ ซึ่งหากเงินภาษีไปใช้ประโยชน์แบบถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ก็จะทำให้เงินนั้นอำนวยความสุขสวัสดีแก่ทุกคนทั้งสังคม และสร้างความไว้วางใจแก่รัฐหรือระบบราชการ ผู้เป็นต้นทางเก็บเงินภาษี และอนุมัติการใช้เงิน กระทั่งเป็นผู้จ่ายเงินตามโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติจากส่วนราชการต่างๆ อีกด้วย แล้วเงินภาษีที่เก็บมาได้รั่วไหล หายไปได้อย่างไร หากสาวลึกจะพบว่า ข้าราชการที่โกงคือผู้ที่ทำงานสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการและงบประมาณ เรียกได้ว่า แทนที่จะทำหน้าที่ป้องกันหรือปราบปราม กลับทำการทุจริตเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเงินอุดหนุนพระศาสนา กลายเป็น “เงินทอนวัด” เข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่ กรณีนักศึกษาฝึกงานพบเห็นขบวนการทุจริตภายในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรณีการโกงเงินกองทุนการศึกษาเด็กยากไร้ในกระทรวงศึกษาธิการ และอีกมากมายหลายกรณีที่เกิดขึ้นในทุกส่วนราชการ ทั้งหมดล้วนเป็นการยักยอกผลประโยชน์ของส่วนรวมเข้ากระเป๋าตัวเอง ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหาร เป็นต้น การทุจริตคอร์รัปชั่น เกิดขึ้นไปทั่วทั้งระบบของราชการ ระบบราชการจึงเป็นแหล่งเพาะเชื้อคอร์รัปชั่นอันอุดม ในแต่ละแห่งจึงขึ้นอยู่กับว่าจะมีฮีโร่ กล้าเปิดโปงหรือเปิดเผยออกสื่อหรือไม่ ขอขอบคุณ และขอแสดงความชื่นชมเยาวชนผู้กล้าออกมาเปิดโปงการทุจริต คุณปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ คุณณัฏกานต์ หมื่นพล อดีตลูกจ้างของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ที่จับการทุจริตได้ภายในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น ผู้ทำให้คนไทยผู้เสียภาษีตระหนักในความรับผิดชอบต่อภาษี และบอกให้รู้ว่า ภาษีของเราต้องไม่หายไปกับการทุจริตที่กระจุกตัวอยู่ในภาครัฐ จ่ายภาษีไปแล้ว ก็ต้องฉลาดรู้ และติดตามด้วยว่า ภาษีของเรา นำไปใช้อะไรบ้าง เป็นประโยชน์คุ้มค่าเพียงไร โปรดติดตั้งแอป “ภาษีไปไหน?” เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของภาษีทุกคนได้ทำหน้าที่ตรวจสอบและสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างรู้เท่าทัน ทิพย์พาพร ตันติสุนทร ผู้อำนวยการร่วม สถาบันนโยบายศึกษา From : http://www.fpps.or.th |