จากสถาบันนโยบายศึกษา
เพียงแค่รู้จักพอ

ในห้วงเวลาที่มีความสุข ปลื้มปิติอย่างลึกๆ และสงบนิ่งของคนไทยทั้งชาติในงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของในหลวง เป็นภาพของความรักและสามัคคีของทุกคนต่อองค์พระประมุข เป็นภาพที่ประจักษ์ชัดใน “พระบารมี” ที่ทรงสั่งสมด้วยงานหนักจากโครงการต่างๆ ของพระองค์อย่างต่อเนื่องนับแต่ขึ้นครองราชย์ เป็นงานที่เห็นปัญหาอันเป็นทุกข์ของประชาชน เป็นทุกข์ของคนส่วนใหญ่ในชาติที่ล้วนเป็นเกษตรกรที่ยังไม่พออยู่พอกิน

ในอีกด้านหนึ่ง คนส่วนน้อยกลับมีโอกาสและใช้โอกาสแสวงหาทั้งอำนาจและความร่ำรวยบนกองทุกข์ของเพื่อนร่วมชาติส่วนใหญ่ และนำพาประเทศไปติดหล่มของการบริโภคและวัตถุนิยมอย่างขนานใหญ่

จะทำอย่างไรให้ทุกคนในสังคมรู้จักความพอดี พอเพียงในสัมมาชีพ

แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงพระราชทานมาหลายปีนี้ เริ่มเห็นแนวทางชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ เมื่อเราเผชิญกับวิกฤตพลังงาน น้ำมันแพง!

ทุกระดับจากชุมชนถึงระดับรัฐ ต้องเตือนตนอยู่ในความพอประมาณ ไม่ฟุ่มเฟือย มีการวางแผน มีเหตุมีผลในเศรษฐกิจทุกระดับ เน้นการพึ่งพาตนเอง ให้มีอยู่มีกินอย่างพอเพียง ไม่บริโภคใช้จ่ายจนเกินตัว และเกินความสามารถของประเทศ

ค่าที่รู้จักคำว่า “พอ” คือ หมายถึงไม่ละโลภ ไม่เบียดเบียน ไม่เอาเปรียบ ทั้งต่อเพื่อนมนุษย์และต่อธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ถือเป็นคุณธรรมกำกับการใช้ชีวิตเป็นเบื้องต้น

สังคมไทยกำลังสะดุดภัยปัญหาที่ตนเองก่อขึ้นซึ่งๆ หน้า ความไม่รู้จักพอ การคอร์รัปชั่น หลงชื่นชมคนเก่งมากกว่าคนดีมีจริยธรรม การเบียดเบียนธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทั้งในดิน ในน้ำ และในอากาศ โดยไม่บำรุงรักษา

ส่งผลให้เห็นหายนะอยู่ตำตา ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สุขภาวะตกต่ำ น้ำท่วม น้ำหลาก ดินถล่ม น้ำมันแพงอย่างน่าใจหาย

อนุชนคนรุ่นหลังจะยังพอมีทรัพย์ในดิน สินในน้ำ และในอวกาศหลงเหลือให้ “พออยู่ พอใช้” หรือไม่

ลองช่วยกันทบทวนดู หากเรามีสำนึกและรู้หน้าที่ กตัญญูต่อแผ่นดิน ไม่เอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว


ทิพย์พาพร ตันติสุนทร

สถาบันนโยบายศึกษา


From : http://www.fpps.or.th